Knowledge and Treatment of Hemifacial Spasm (HFS)

Written by Dr. Jonathan Tangsrivimol
เขียนโดย นพ.จอนาตัน ตั้งศรีวิมล
นพ.จอนาตัน ตั้งศรีวิมล เป็นศัลยแพทย์ประสาทประจำโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการผ่าตัดฐานกะโหลกและผ่าตัดหลอดเลือดสมอง ทั้งด้วยเทคนิคแผลเล็กแบบทันสมัยและวิธีการแบบดั้งเดิม

“ความรู้และการรักษาโรค Hemifacial Spasm (HFS)” โดย นพ. จอนาตัน ซึ่งได้รวบรวมองค์ความรู้ทั้งในด้านสาเหตุ กลไก อาการ การวินิจฉัย และแนวทางการรักษาที่เป็นปัจจุบันครับ

  1. สิ่งที่ผู้ป่วยควรทราบและเตรียมตัว

Hemifacial Spasm (HFS) คือ ภาวะที่กล้ามเนื้อฝั่งใดฝั่งหนึ่งของใบหน้า มีการเกร็ง (spasm) หรือลิ้นพึ่บพั่บโดยไม่สมัครใจ โดยมักเริ่มที่กล้ามเนื้อตา (orbicularis oculi) แล้วอาจลามลงมาถึงกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม ริมฝีปาก หรือคาง ภาวะนี้อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการกระตุกบ่อยครั้งและรบกวนทั้งชีวิตประจำวันและจิตใจ

  1. สาเหตุและกลไก

HFS เกิดขึ้นจากสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่กระตุ้นหรือลดความเสถียรของเส้นประสาทใบหน้า (facial nerve) โดยมีกลไกที่พบบ่อยดังนี้ • การกดทับของเส้นเลือด (vascular compression) บริเวณจุดที่เส้นประสาทใบหน้าออกจากสมอง (root exit zone) ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด • ความผิดปกติของเส้นประสาท (nerve hyperexcitability) จากการอักเสบ หรือจากการบาดเจ็บ • ภาวะอื่นๆ เช่น เนื้องอก หรือความผิดปกติของกะโหลกที่กดทับเส้นประสาท

กลไกโดยละเอียดคือ เมื่อเส้นเลือด เช่น เส้น Anterior Inferior Cerebellar Artery (AICA) หรือ Posterior Inferior Cerebellar Artery (PICA) กดทับเส้นประสาทใบหน้าอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้เกิดการกระตุกซ้ำ บางครั้งเส้นประสาทนั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของชั้นไมอีลิน (demyelination) ทำให้เกิด “การลัดวงจรไฟฟ้า” (ephaptic transmission) ซึ่งกลายเป็นสาเหตุให้เกิดการเกร็งกล้ามเนื้อโดยไม่สมัครใจ

  1. อาการที่พบ

อาการทั่วไปของ HFS มีดังนี้ • เริ่มจากการกระตุกที่รอบดวงตาข้างใดข้างหนึ่ง เป็นครั้งคราว แล้วนานเข้าอาจบ่อยขึ้น • ต่อมาอาจลามลงมาที่แก้ม ริมฝีปาก หรือคาง ฝั่งเดียวกับที่เริ่ม • อาการเกร็งอาจรุนแรงจนตาปิด หรือใบหน้าเบี้ยวข้างหนึ่ง ทำให้เสียบุคลิกภาพ และอาจมีผลต่อการมองเห็นหรือการรับรู้ของผู้ป่วย • โดยทั่วไปอาการจะเป็นข้างเดียว (unilateral) และไม่ได้เกิดทั้งสองข้างพร้อมกันในผู้ป่วยคนเดียว

  1. การวินิจฉัย

การวินิจฉัย HFS ต้องอาศัยทั้งประวัติ อาการ และการตรวจของแพทย์ ดังนี้

• ซักประวัติ: เริ่มเมื่อใด เกิดบ่อยแค่ไหน เกร็งแรงแค่ไหน มีปัจจัยกระตุ้นหรือไม่ เช่น ความเครียด เหนื่อย ล้า • ตรวจร่างกาย: สังเกตการเกร็งกล้ามเนื้อใบหน้า ฝั่งข้างหนึ่ง โดยเฉพาะขณะพักและขณะเคลื่อนไหว • ตรวจด้วยภาพ เช่น MRI หรือ MRA เพื่อดูว่ามีการกดทับของเส้นเลือดหรือมีก้อน (เนื้องอก) หรือไม่ • ตรวจแยกโรค: เนื่องจากอาการใบหน้าเกร็งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น Blepharospasm, Bell’s palsy, Facial myokymia เป็นต้น

  1. แนวทางการรักษา

5.1 การรักษาแบบไม่ผ่าตัด • ฉีดสาร Botulinum toxin (โบท็อกซ์) เข้าไปบริเวณกล้ามเนื้อที่เกร็ง ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมที่สุดในผู้ป่วย HFS เพราะลดการเกร็งได้ดีและปลอดภัย • ยารับประทานบางชนิด เช่น ยากลุ่ม antiepileptic หรือ muscle relaxant ในบางกรณี แต่ผลมักไม่ดีเท่าโบท็อกซ์ • การปรับพฤติกรรม เช่น ลดความเครียด พักผ่อนเพียงพอ หลีกเลี่ยงการกระตุกกล้ามเนื้อใบหน้าซ้ำๆ

5.2 การรักษาแบบผ่าตัด • วิธีที่ได้ผลยั่งยืนที่สุดคือ Microvascular decompression (MVD) ซึ่งเป็นการผ่าตัดเปิดกะโหลกเพื่อแยกเส้นเลือดที่กดทับเส้นประสาทใบหน้า แล้ววางวัสดุกันระหว่างเส้นเลือดกับเส้นประสาท • MVD เหมาะกับผู้ป่วยที่ได้รับโบท็อกซ์แล้วไม่ดีขึ้น หรือมีปัจจัย “กดทับเส้นเลือด” ชัดเจนจากภาพ MRI/MRA • ก่อนผ่าตัด ควรประเมินความเสี่ยง-ผลประโยชน์อย่างรอบด้าน เพราะเป็นการผ่าตัดสมอง

  1. สิ่งที่ผู้ป่วยควรทราบและเตรียมตัว
    • หากมีอาการเกร็งใบหน้าแบบข้างเดียวที่เริ่มพร่ำๆ ไม่หาย หรือรบกวนชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์ประสาทหรือศัลยกรรมประสาท
    • หากเลือกฉีดโบท็อกซ์ ควรทำอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำ และติดตามผลว่าอาการดีขึ้นหรือไม่
    • หากแพทย์แนะนำ MVD ให้สอบถามเกี่ยวกับอัตราความสำเร็จ ภาวะแทรกซ้อน และการพักฟื้น
    • ดูแลตัวเองโดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่กระตุ้นการเกร็ง

  1. สรุป

โรค Hemifacial Spasm เป็นภาวะที่แม้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตโดยตรง แต่มีผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องบุคลิกภาพ การมองเห็น และความมั่นใจในสังคม นพ. จอนาตัน ชี้ว่า “การวินิจฉัยและรักษาให้ทันเวลา” คือกุญแจสำคัญ โดยเริ่มจากวิธีไม่ผ่าตัดอย่างโบท็อกซ์ และในกรณีที่มีสาเหตุชัดเจนด้านกดทับเส้นเลือด การผ่าตัด MVD อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ชมวีดีโอ: โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก | รู้สู้โรค | คนสู้โรค

Similar Posts